ครั้งแรกกับการเที่ยวคนเดียว ณ ภูเก็ต
posted on 04 Jul 2011 22:16 by narmkhing in Tour
หวัดดีค่ะกลับมาอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนานโข... คราวนี้เราไม่ได้มาเรื่องงานแหละ
ไปเที่ยวมาค่ะ แต่เป็นการเที่ยวที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
ก่อนจะหมดแรงหมดไฟเราก็ต้องตะลุยทำในสิ่งที่อยากทำก่อนอ่ะน๊า
เป้าหมายครั้งนี้คือไปภูเก็ตค่ะ จริงๆมันต้องไปกับเพื่อนๆตั้งแต่ พย ปีก่อน เพราะจองตั๋วบินถูกไว้
แล้วก็ซื้อทัวร์ไว้ด้วย แต่ด้วยความไม่สะดวกหลายๆอย่าง เลยยกเลิกไป เลื่อนๆๆมาเรื่อย
จนถึงวันนี้เอาวะ...เงินเดือนก็ออกแล้ว ไปซะทีเถอะ ฝนตกก็ตก จะไปแล้ว ด้วยความเบื่อๆในหลายๆสิ่ง
และที่สำคัญทัวร์ครั้งนี้...มันเป็นการไปเที่ยวคนเดียวครั้งแรกในชีวิต ในจังหวัดที่ไม่เคยไปมาก่อนเลยด้วยค่ะ
ช่วงหลังๆมานี้ เดินทางคนเดียวบ่อย ทั้งเครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ แต่การเดินทางและท่องเที่ยวคนเดียว
โดยไม่ได้นัดใครเลยนั้น นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ เริ่มจากวิธีการไปก่อน แน่นอนว่าถ้าไปเครื่องบินจะสบายสุด
แต่ด้วยความที่อยู่หัวหิน ต้องขับรถไปสุวรรณภูมิก่อน แล้วสนามบินภูเก็ตก็อยู่นอกเมือง
ถ้าไปถึงแล้วไม่มีรถก็จบกัน เราเลยไปรถทัวร์ บขส บ้านๆนี่แหละ ขึ้นจากหัวหินทุ่มนึง ไปถึงเช้าพอดี
ขากลับก็บขส เหมือนเดิม ตั๋วรถจบ ก็มาที่พัก ไปนอนแถวป่าตองก็ไม่เลว แต่คิดไปคิดมา
เราเที่ยวในเมืองหาร้านอะไรอร่อยๆกินท่าจะดีกว่า ง่ายๆสำหรับสาวน้อย ก็เลยเลือกโรงแรมเล็กๆในเมือง
โรงแรมก็ใกล้ บขส สุดๆ ลงรถทัวร์เดินเข้าโรงแรมได้เลย แล้ววันที่ไปเป็นวันธรรมดา มีห้องว่าง
เค้าเลยยอมให้เช็คอินตั้งแต่ 06.30 สบายเราเลย
หลังจากเหน็ดเหนื่อยกะรถทัวร์มาเกือบทั้งคืน
ได้อาบน้ำแล้วก็สดชื่นขึ้นเยอะ
นอกจากเราจะเดินทางด้วย บขส แล้ว มาครั้งนี้พิเศษตรงที่เราได้เอาจักรยานพับได้
ที่ยืมมาจากคุณพี่ที่แสนใจดีที่หัวหิน แบกขึ้นรถทัวร์มาด้วย กว่าจะยกขึ้นไปวางตรงที่วางสัมภาระใต้ท้องรถ
แขนก็แทบจะหักเลยทีเดียวพอลงจากรถทัวร์ยืนประกอบจักรยานอยู่แถวๆที่จอดรถ
ได้ยินเสียงคนชื่นชม(หรืออีกแง่คือนินทา) ว่า วัยรุ่นๆ อะไรซักอย่าง ก็นะ...ผู้หญิงที่ไหนจะทำแบบนี้นะ ฮ่าๆๆๆ
รูปนี้จักรยานตอนที่ประกอบเรียบร้อยพร้อมขี่แล้วนะคะ

วันที่ 1
หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรมแล้ว เราก็ปั่นจักรยานอย่างภาคภูมิใจ แต่แอบกลัวเล็กน้อย ก็มันไม่คุ้นเท่าไหร่น๊า
ไปร้านบุญรัตน์ติ๋มซำ สาขา 2(มั๊ง) อยู่บนถนนดิลกอุทิศ2 ออกมาจากโรงแรมนิดเดียวเอง
ทำให้เรารู้ว่า แผนที่ตามในหนังสือนี้ สเกลมันก็ไม่ได้กว้างมาก ทริปนี้คงจะปั่นจักรยานสบายๆ
ติ๋มซำอร่อยดี แต่กินไปไม่กี่อย่างก็อิ่มแล้ว ก็มาคนเดียว มันจะกินได้ซักกี่อย่างเอง จริงๆเค้าบอก
พวกโจ๊กก็อร่อย แต่พอก่อน วันนี้การกินยังอีกยาวไกลนัก กินเสร็จกลับโรงแรม เก็บจักรยาน
ถึงเวลาทัวร์แล้ว
วันนี้ใช้บริการทัวร์ที่ซื้อมาจากงานไทยเที่ยวไทยตั้งแต่ปีก่อน
เลือกโปรแกรมนั่งชมวิว วันเดย์ทริปไปทัวร์อ่าวพังงา เขาพิงกัน เขาตะปู เกาะปันหยี
รถของทัวร์ก็มารับถึงโรงแรม แล้วก็นั่งไปที่พังงากัน ไม่ต้องถามเรื่องทาง เพราะหลับตลอด ง่วงมาก
ก็ไปวัดสุวรรณคูหา ก่อน เป็นวัดที่มีถ้ำส๊วยสวยล่ะ แล้วก็ลิงอีกเพียบ




ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ
ต่อจากนั้นก็ไปลงเรือหางยาวไปชมวิวอ่าวพังงา เขาพิงกัน(ถ่ายJames Bond เค้าภูมิใจเสนอมาก)
เขาตาปู เก๋ๆดี ถ้ำลอด(สั้นไปหน่อยนะ ถ่ายรูปยังไม่ทันสวยเลย ออกจากถ้ำซะละ เหอๆๆ
อ่าวพังงา

ถ้ำลอด
เขาพิงกัน
แล้วก็มานั่งกินข้าวเที่ยงที่เกาะปันหยี กินเสร็จก็เดินดูของที่ระลึก น้ำพริกกุ้งเสียบเกาะปันหยี กะปิ
แล้วก็เดินเลยไปดูสนามฟุตบอลของโรงเรียนเกาะปันหยี ที่เป็นสนามบอลบนน้ำ(ทะเล) เก๋ที่สุด
เกาะปันหยี
สนามบอลบนน้ำ
จบจากตรงนี้ ก็ขึ้นฝั่งค่ะ กลับเข้าสู่ภูเก็ตอีกครั้ง แวะส่งลูกทัวร์บางคนที่สนามบิน
แล้วเค้าก็พาไปร้านขายของฝาก ที่ร้านเราก็ได้เหมาเม็ดมะม่วงหิมพานต์หลากหลายรสชาติมา
สนนราคาค่าเสียหายไปร่วมพัน แล้วก็ต่อด้วยไปดูร้านอัญมณี(สมกับไปกะทัวร์จริงๆ เดินดูเร็วมาก
ห้านาทีเท่านั้น ไม่ได้สนใจ เหอๆๆ) แล้วทัวร์เค้าก็ขับรถมาส่งเราที่โรงแรม อาบน้ำพักเหนื่อย
แล้วก็ถึงเวลาตามล่าหาฝัน
เที่ยวของเราเองแล้ว ตอนนั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว
แย่แล้วจะหารถไปแหลมพรหมเทพทันมั๊ย ไปถามคนที่โรงแรม เค้าว่าถ้าไปตอนนี้รถไปมี แต่ไม่มีรถกลับแน่ๆ
แล้วเค้าก็แนะนำว่าไปเดินเล่นห้างแทนมั๊ยคะใกล้ๆ ดูTransformer ซะหน่อย
บ้าเหรอ มาถึงภูเก็ตให้ชั้นไปดูหนัง ไม่ยอมแพ้ เลยรีบปั่นจักรยานไปในเมือง ไปแถวๆ วงเวียนสุริยเดช
ที่เค้าว่าจะมีพวกรถสองแถว รถโพท้อง(สองแถวนั่นแหละ ภาษาฮกเกี้ยน) ไปหาดต่างๆ

ก็เลยไปคุยกะลุงสองแถวคนนึงที่เค้าจะไปหาดราไวย์ ซึ่งจากหาดราไวย์ก็สามารถไปแหลมพรหมเทพได้
แต่เราต้องเหมารถเค้า เพราะปกติเค้าจะไปแค่หาดราไวย์ ไม่ขึ้นไปที่แหลม แล้วเวลาในตอนนั้น
เราก็จะไม่มีรถกลับอย่างแน่นอน ก็เลยเหมาไป 200 บาท แล้วขอเอาจักรยานไปด้วย
กลัวจอดไว้ในเมืองแล้วมันจะหายไป หลังจากยกจักรยานไปไว้บนหลังคารถเสร็จ ก็รอเวลาลุงออกรถ
(ขาไปลุงรับผู้โดยสารคนอื่นด้วย) เลยไปแวะร้าน Coffee Max ร้านนี้ก็อยู่ในหนังสือเล่มที่เราซื้อมา
เป็นไกด์เราด้วย ร้านนี้มีโปรโมชั่น AIS นะ ซื้อ 1 แถม 1 แต่มาคนเดียวก็นะ แก้วเดียวเหอะ
พอออกรถเราก็ไปนั่งเป็นคนช่วยลุงเก็บเงินอยู่ข้างหน้า ใช้มือหมุนเปิดกระจก ไม่เจอแบบนี้มานาน
พอไปถึงแหลมพรหมเทพ พระอาทิตย์ยังไม่ตกนะ แต่เมฆเยอะ เราก็ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ชัดนัก
มีแต่คนมาเป็นคู่ หูยยย

สวยเนอะ

ได้โผล่หน้ามาซักที อิอิ
มีคนมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งด้วยล่ะ อิจฉาเค้าจัง

ก็ถ่ายๆรูป วิวสวยมาก ถ้ามีคนมาด้วยคงจะดี อิอิอิ นั่นเพราะว่า ไม่มีตากล้องมาถ่ายรูปเรานั่นเอง กรี๊ด
ต้องยกกล้องขึ้นถ่ายตัวเอง -__-“ ลมเย็น น่ามานั่งชิวๆเป็นที่สุด แต่ก็อยู่แค่แป๊ปเดียว
ถ่ายรูปเสร็จ แล้วก็ให้ลุงพากลับเข้าเมือง
ยังเรายังไม่เหนื่อย พอเข้าเมืองเราก็ปั่นจักรยานเราสำรวจตลอดเส้น ถ.พังงา ทะลุ ถ.มนตรี
ไปปั่นต่อที่ถ.ดีบุก แล้วก็ถึงจุดหมายของเรา ร้านระย้า ร้านอาหารที่อยู่ในหนังสือ แล้วเพื่อนบอกว่าสวย
โอเค กินซะหน่อยนะ ร้านนี้ก็เป็นพวกอาหารพื้นเมือง แล้วก็อาหารทั่วไป แต่เด่นที่ร้านเป็นร้านไม้
ดูย้อนยุคหน่อยๆ แสงไฟก็สวยดี ราคาก็....นิดนึงนะ เริ่มต้นที่ 150 นั่นคือข้าวผัด ก็กินๆ ให้รู้ว่ากินแล้ว มาแล้ว
ชักภาพเล็กน้อย ก่อนจะออกไปสำรวจเมืองยามค่ำคืนต่อ
ภายในร้าน

เมนูข้าวผัดระย้า กะผัดผักเหลียงน้ำพริกกุ้งเสียบ
ข้างๆร้านระย้า ก็จะเป็นร้านนั่งชิวๆ ชื่อประชาชื่น (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ ก็จะมีผับชื่อ โซฟา
แล้วก็มีหลาดปล่อยของ ก็คือตลาดนัดที่ขายของแนวๆหน่อยนั่นแหละ (Phuket indy market)ไม่ใหญ่มาก
แต่ก็มีเด็กๆมาเดินเยอะอยู่ ในนั้นมีร้านไอติม Ete ด้วย แต่กินไม่ไหวละ แล้วก็ได้เวลากลับพักผ่อน
กลับมาโรงแรมนอนพักดูละคร ทาสรัก ฮ่าๆๆๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น
ตอนแรกกะกินอาหารฟรีของโรงแรม แต่ด้วยความเหนื่อย ตื่นสาย กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ
ก็จะสิบโมงแล้ว เลยออกไปแรดข้างนอกดีกว่า วันนี้ดูแล้ว แดดคงจะแรง ใส่แขนยาว พกหมวก แว่นดำ
กางเกงขายาว เอาให้มิด ห่วงดำ กลัวไม่สวย
วันนี้เป้าหมายเราคือ ดูสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ที่มีกระจายอยู่ในตัวเมือง
เริ่มจากเส้นทางคุ้นเคย ถ.พังงา เหมือนเดิม ปั่นมุ่งหน้าไปที่โรงแรมออน ออน ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่
ข้างๆโรงแรมก็เป็นร้าน Kopi de Phuket สาขา1
จักรยานเป็นพร๊อพถ่ายรูปที่ดี อิอิ

แต่เรายังไม่กินนะ เพราะมีจุดมุ่งหมาย อยู่ที่ร้านหนังสือ




นี่เป็นร้านกล้อง (ลืมชื่อค่ะ)
ขนมที่ว่า โชว์อยู่โต๊ะข้างหน้านี่แหละค่ะ

เฮ้ย ใครว๊า

เค้าว่ามุมนี้ถ่ายพรีเวดดิ้งบ่อย
สระน้ำในบ้าน งาม
ชอบเปียโนหลังนี้ เก่าได้ใจ
กระทะทองเหลือง อิอิ
ร้านสวยมั๊ย


อันนี้ ผัดหมี่ฮกเกี้ยน หมู ใส่ไข่
ชมพูดีมั๊ย



ร้าน Pirrera






การไปเที่ยวในครั้งนี้ทำให้รู้ว่า
- การไปเที่ยวคนเดียวมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะ ยกเว้นแต่จะไม่ค่อยมีรูปตัวเองเท่านั้นแหละ

- ไปเที่ยวเมืองไทย ไม่ต้องหอบสัมภารกไปเยอะก็ได้นะ 7-11 ที่ไหนก็มี

- ถีบจักรยานเที่ยวในเมืองก็สนุกดี แต่ต้องระวังเพราะไม่ได้มีเลนให้จักรยานนะ ฟุตบาทก็แคบ แต่ดีที่เวลาสวนทางวันเวย์ไป ก็ไม่มีใครมาว่าอะไร ประหยัดดีด้วย ต้องเก็บเงินซื้อเองบ้างแล้ว ขอขอบคุณพี่ช้างผู้ใหญ่ใจดีที่ให้ยืมรถจักรยานมานะคะ

- ครีมกันแดดดีๆสำคัญมาก รู้สึกว่าหน้าคล้ำไปเยอะ

จบแล้วจ้า ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับการท่องเที่ยวนะจ๊ะ
แช๊ะภาพหลังรถโพท้อง
